
สำนักข่าว Sohu รายงานว่า เมื่อไม่นานมานี้ คุณหลี่ หญิงวัย 65 ปีจากประเทศจีน ถูกครอบครัวพาส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน แต่สุดท้ายแพทย์ไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้ โดยวินิจฉัยว่าเธอเสียชีวิตจากภาวะ เสียชีวิตกะทันหัน (Sudden death)
![]()
ญาติเล่าว่า ในคืนก่อนเกิดเหตุ คุณหลี่ออกไปเต้นรำกับเพื่อน ๆ ภายในชุมชน หลังกลับบ้าน เธอยังคงใช้ชีวิตตามปกติ ไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ
แต่เมื่อถึงช่วงรุ่งเช้าวันถัดมา เธอกลับไม่ตื่นขึ้นอีกเลย เมื่อครอบครัวพบตัวก็สายเกินไปแล้ว
ก่อนหน้านั้น สุขภาพของคุณหลี่ถือว่าค่อนข้างแข็งแรง ทำให้หลายคนสงสัยว่าเหตุใดจึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอย่างกะทันหัน
หลังจากแพทย์ตรวจสอบพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเธอ ก็ได้แต่ส่ายหน้าและกล่าวว่า
“อายุมากแล้ว แต่ยังทำพฤติกรรมแบบนี้ก่อนนอน ถือว่าประมาทเกินไป”
แท้จริงแล้ว คุณหลี่มีนิสัยหลายอย่างก่อนนอนที่ไม่เหมาะกับวัย เช่น นอนดึกเล่นโทรศัพท์ และออกกำลังกายหนักก่อนนอน ซึ่งล้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเสียชีวิตกะทันหัน
แพทย์ยังระบุว่า กว่า 80% ของกรณีเสียชีวิตกะทันหันในตอนกลางคืนของผู้สูงอายุ มักเกี่ยวข้องกับพฤติกรรม 4 อย่างต่อไปนี้ หากใครมีนิสัยเหล่านี้ควรรีบปรับเปลี่ยนทันที
1. กินมื้อเย็นรสจัดและมันมาก
หลายคนมักชอบดื่มเครื่องดื่มหรือกินอาหารรสจัด เค็ม หรือมันในมื้อเย็น
แต่พฤติกรรมนี้ทำให้ระบบย่อยอาหารต้องทำงานหนัก เลือดจำนวนมากจะไหลไปเลี้ยงกระเพาะอาหาร ส่งผลให้หัวใจและสมองได้รับออกซิเจนน้อยลง
งานวิจัยบางชิ้นพบว่า ผู้ที่กินอาหารไขมันสูงในมื้อเย็นมีความเสี่ยง กล้ามเนื้อหัวใจตายตอนกลางคืนเพิ่มขึ้นถึง 17.3%
นอกจากนี้ การกินอาหารเค็มยังทำให้ความดันโลหิตผันผวน และอาจกระตุ้นให้เกิดภาวะหลอดเลือดหดตัว ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดเฉียบพลัน

2. ออกกำลังกายหนัก หรือแช่เท้านานเกินไปก่อนนอน
หลายคนเชื่อว่าการออกกำลังกายก่อนนอนจะช่วยให้หลับสบายขึ้น แต่ในความเป็นจริง การออกกำลังกายหนักภายใน 2 ชั่วโมงก่อนเข้านอน อาจกระตุ้นระบบประสาท ทำให้หัวใจเต้นเร็วและร่างกายตื่นตัวเกินไป
สถิติจากวารสารโรคหัวใจของจีนในปี 2022 พบว่า ผู้ที่ออกกำลังกายหนักก่อนนอนมีความเสี่ยง หัวใจเต้นผิดจังหวะตอนกลางคืนเพิ่มขึ้น 12.6%
นอกจากนี้ การแช่เท้าในน้ำร้อนจัดหรือแช่นานเกินไป ก็อาจทำให้เลือดไหลลงสู่ขามากขึ้น ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงสมองลดลง ซึ่งอาจเป็นอันตรายสำหรับผู้สูงอายุ
3. นอนดึก เล่นโทรศัพท์จนเที่ยงคืน
การใช้โทรศัพท์ก่อนนอนทำให้ร่างกายได้รับ แสงสีฟ้า (Blue light) เป็นเวลานาน ซึ่งจะไปยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนิน ทำให้หลับยากหรือเกิดภาวะนอนไม่หลับ
ผลสำรวจของสมาคมวิจัยการนอนหลับของจีนพบว่า
ผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปีและเข้านอนหลัง 23.00 น. มีความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงขึ้น 24.2%
การนอนดึกต่อเนื่องยังทำให้ความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือดควบคุมได้ยาก เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะฉุกเฉินทางสุขภาพ

4. เข้าห้องน้ำกลางดึกแล้วกลับไปนอนทันที
ผู้สูงอายุมักมีอาการปัสสาวะกลางคืน แต่หลายคนกลับเข้านอนทันทีโดยไม่สังเกตอาการผิดปกติ เช่น แน่นหน้าอก หรือใจสั่น
ในเวลากลางคืน ความดันโลหิตของร่างกายมักมีการเปลี่ยนแปลง การลุกขึ้นและนอนลงอย่างรวดเร็วอาจทำให้การไหลเวียนเลือดไปยังหัวใจและสมองผิดปกติ
แพทย์จึงแนะนำว่า ผู้สูงอายุควรสังเกตสัญญาณเตือนเล็ก ๆ จากร่างกาย เพราะอาจเป็นสัญญาณขอความช่วยเหลือของร่างกาย หากตรวจพบและรักษาได้ทันเวลา ความเสี่ยงของการเสียชีวิตกะทันหันจะลดลงอย่างมาก
ผู้เชี่ยวชาญยังย้ำว่า ภาวะเสียชีวิตกะทันหันมักไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่เป็นผลจากการสะสมของปัญหาสุขภาพมาเป็นเวลานาน
ดังนั้น ผู้ที่อยู่ในวัยกลางคนและผู้สูงอายุควรปรับพฤติกรรมก่อนนอนให้เหมาะสม รวมถึงตรวจสุขภาพเป็นประจำ เพื่อค้นหาความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ และลดโอกาสเกิดโรคร้ายแรงในอนาคต.
![]()